Logo Webboard ของ mpolsc14
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  หมวดเว็บบอร์ดเริ่มต้น (ท่านสามารถแก้ไขได้)

  

  Topic : สรุปวิชา ps 703

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page << Back 1 2 [3]...17 18 19   Next >>
  สมาชิกพิเศษ
ple25

ple_184@hotmail.com 118.172.149.112

  โพสต์เมื่อ : 27 ส.ค. 2552 15:47 น.

 

                                                สรุป 703

                    สถานการณ์การเมืองโลกปัจจุบัน

          วิชา PS 703 เดิมเป็นวิชาที่ต้องการให้นักศึกษารู้จักทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ในรุ่นนี้ได้มีการตัดวิชา PS 713 (เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ) ออกไปทำให้วิชา 703 ในช่วงหลังจึงต้องมีการนำเอาสาระของเศรษฐกิจการเมืองโลกมาเรียนด้วย

            ดังนั้นในการเรียนวิชานี้นักศึกษาจะต้องรู้ถึง

            1.ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            2.สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก

            โดยนักศึกษาจะต้องสามารถใช้ทฤษฎีในการวิเคราะห์และอธิบายสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศได้

            ในการทำความเข้าใจในวิชานี้นักศึกษาจึงควรจะทำความเข้าใจกับ

            1.ภาพรวมของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (อาจารย์ทุกคนสอน แต่จะเน้นไปที่ทฤษฎีที่แตกต่างกัน)

            2.จุดเน้นของแต่ละอาจารย์แต่ละท่าน

            ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การพิจารณาทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราสามารถศึกษาได้จากสำนัก (School) ที่เป็นผู้นำเสนอแนวคิดทฤษฎีเอาไว้ โดยแต่ละสำนักก็จะมีทฤษฎีของตนเอง และทฤษฎีของแต่ละสำนักมีขึ้นเพื่ออธิบายปรากฎการณ์ระหว่างประเทศ 2 เรื่องเท่านั้นคือ

            1.ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation) ซึ่งแบ่งเป็นความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจ

            2.ความขัดแย้งระหว่างประเทศ  (International Conflict ) ก็จะแบ่งเป็นความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ

           

 

 

สำนักในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำคัญๆ ประกอบด้วย

            1.สำนักสัจนิยม (Realism)

            2.สำนักเสรีนิยม (Liberalism)

            3.สำนักโครงสร้างนิยม (Structuralism)

            4.สำนักสร้างนิยม (Constructivism) **อาจารย์วราภรณ์สอน**

            ในแต่ละสำนักจะมีทฤษฎีอยู่ภายใน โดยเฉพาะใน 3 สำนักแรก ส่วนสำนักที่ 4 เป็นสำนักคิดใหม่ที่เริ่มต้นในทศวรรษ 1990 ในหลักสูตรของเรายังไม่มีการสอนกันไม่มากนัก (อาจารย์วราภรณ์สอนเรื่องนี้มาประมาณ 2 ปี )     

แนวคิดสำคัญๆของแต่ละสำนัก

           1.สำนักสัจจนิยม (Realism) เป็นสำนักที่เน้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองและการทหาร

สัจจนิยมมีความเชื่อพื้นฐานว่ามนุษย์มีความชั่วร้ายและเต็มไปด้วยบาป เห็นแก่ตัว ต้องการผลประโยชน์ และต้องการอำนาจ และเนื่องจากรัฐถูกกำหนดนโยบายโดยมนุษย์รัฐจึงชั่วร้ายไปด้วย รัฐจึงเห็นแก่ตัว ต้องการอำนาจ

สัจจนิยมแบ่งออกเป็น

1.1 สัจจนิยมแบบดั้งเดิม (Classical Realism) หัวใจของสัจจนิยมแบบดั้งเดิมคือ

1.เน้นเรื่องอำนาจและมองว่ารัฐเป็นตัวแสดงที่สำคัญ สำนักนี้จะไม่ให้ความสนใจองค์การระหว่างประเทศ

            2.เน้นผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) ซึ่งหมายถึง สิ่งที่รัฐต้องการ จำเป็นและปราถนา และเป็นสิ่งที่อยู่ในดินแดนอื่นๆ เช่น

            -ทรัพยากรธรรมชาติ

            -สินค้าการบริการและตลาดการค้า ตลาดการลงทุน

            -เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์

            -เงินทุน พลังงาน

-ความมั่งคั่ง การกินดีอยู่ดี

สุดท้ายที่สำนักนี้ให้ความสำคัญมากคือความมั่นคงปลอดภัย สัจจนิยมมองว่ารัฐจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงปลอดภัย

3.เน้นการถ่วงดุลอำนาจ สำนักสัจจนิยมมองว่ารัฐแต่ละรัฐพยายามถ่วงดุลอาจกับรัฐตรงกันข้าม เช่นสร้างกำลังทหารให้เทียบเคียงได้กับฝ่ายตรงกันข้าม

สำนักสัจจนิยมจึงเชื่อว่าสงครามและความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นหากมีการถ่วงดุลอำนาจ

1.2  สัจจนิยมแนวใหม่ (Neo-realism)  มีแนวคิดที่สำคัญคือ

1.มองว่าปรากฎการณ์ระหว่างประเทศเกิดจากโครงสร้างของระบบระหว่างประเทศ ซึ่งโครงสร้างระหว่างประเทศจะประกอบด้วย

-ความมากน้อยของอิทธิพล เช่น มีสหรัฐ อียู รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น

-หนทางเข้าไปสู่ทรัพยากร หมายถึงผู้มีอิทธิพลมีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรได้มากแค่ไหน ทั้งที่มีในดินแดนของตนเอง หรือการเข้าถึงทรัพยากรในดินแดนของคนอื่นๆ

เช่นเราจะพบว่าสหรัฐมีทั้งทรัพยากรของตนเอง และมีความสามารถในการซื้อหรือลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากร

-ความมากน้อยของขั้วอำนาจ เช่นเวลานี้มีสหรัฐเป็นขั้นอำนาจที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็มีขั้วอำนาจอื่นๆที่รองลงมา เช่นจีน รัสเซีย อียู ญี่ปุ่น และดูว่ามีการกระจายอำนาจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในความเป็นจริงคืออำนาจมีการกระจายไปหาสหรัฐมากที่สุด

-มีการจัดเป็นพวกเป็นกลุ่มมากน้อยแค่ไหน เช่นจัดเป็นกลุ่มรัฐโลกที่ 1 ที่  2 และ 3 หรืออาจจะจัดเป็นกลุ่มประเทศประชาธิปไตยหรือเผด็จการ หรือจัดเป็นประเทศพัฒนาแล้วกับด้อยพัฒนา

เช่นในการวิเคราะห์สงครามอีรัก จะมองว่าสงครามที่เกิดขึ้นเกิดจากระบบโครงสร้างระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างแบบหลายขั้วแบบศูนย์เดียว (Uni-multipolar System) นั่นคือสหรัฐอเมริกาเป็นขั้นอำนาจที่ใหญ่สุด  ภายใต้ขั้วอำนาจอื่นๆ

เมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้สหรัฐมีอำนาจมาก เมื่อมองว่าอีรักเป็นคัวบ่อนทำลายความมั่นคงจึงตัดสินใจโจมตีอีรัก แม้ว่าขั้วอื่นที่เหลือจะพยายามคัดค้าน หรือพยายามถ่วงดุลอำนาจแค่ขั้วอำนาจเหล่านั้นมีอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจและการทหาร น้อยกว่าสหรัฐ ทำให้การถ่วงดุลอำนาจไม่ได้ผล สุดท้ายสงครามจึงเกิดขึ้น

ดังนั้น ในขณะที่สัจจนิยมแนวเก่าเน้นรัฐเป็นหน่วยในการวิเคราะห์ แต่สัจจนิยมแนวใหม่เน้นโครงสร้างของระบบระหว่างประเทศเป็นหน่วยในการวิเคราะห์

2.มองว่าสังคมระหว่างประเทศมีลักษณะอนาธิปไตย คือมองว่าไม่มีกฎเกณฑ์หรือองค์กรใดๆที่จะมีอำนาจในการควบคุมรัฐได้ ทำให้รัฐต้องช่วยเหลือตนเอง และแสวงหาอำนาจ เกียรติยศ และความได้เปรียบเหนือรัฐอื่น

ในแนวคิดนี้มองว่ารัฐต้องการได้เปรียบรัฐอื่นๆตลอดเวลา เช่นสหรัฐต้องการเป็นผู้นำโลก จึงยอมไม่ได้ถ้าจีนจะขึ้นมาเทียบรัศมีกับสหรัฐอเมริกา จึงไปสนับสนุนอินเดียเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำ

3.เน้นดุลแห่งความหวาดกลัว (Balance of Terror) สัจจนิยมแนวใหม่มองว่าดุลแห่งความหวาด (ต่างจากสัจจนิยมแนวเก่าที่เน้นดุลแห่งอำนาจ) มองว่าดุลแห่งความหวาดกลัวจะช่วยไม่ให้เกิดความรุนแรง และยับยั้งไม่ให้เกิดสงคราม

เช่น กรณีของเกาหลีเหนือที่เร่งสร้างอาวุธนิวเคลียร์ก็เพื่อต้องการสร้างดุลความหวาดกลัวกับสหรัฐ เพราะจะทำให้สหรัฐไม่กล้าโจมตี เพราะหากสหรัฐโจมตีเกาหลีเหนือก็อาจจะตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์เช่นกัน และความเสียหายก็อาจจะเกิดขึ้นอย่างมากมายทั้งกับสหรัฐและเกาหลีเหนือ รวมทั้งโลกด้วย

เช่นเดียวกับอิหร่านถ้าไม่อยากตกสภาพเดียวกับอีรักก็ต้องเร่งพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสร้างดุลแห่งความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น

4.เชื่อว่าประเทศต่างๆต้องเตรียมพร้อมทางการทหารอยู่ตลอดเวลาเพื่อการป้องปราม (Deterrence) หรือเพื่อยับยั้งให้ไม่ถูกโจมตี เช่นเวลานี้ จีน เกาหลีเหนือ อิหร่านก็พยายามเตรียมพร้อมทางการทหาร

2.  สำนักเสรีนิยม (Liberalism) มีสองแนวคือ

2.1 สำนักเสรีนิยม (Liberalism)

2.2 สำนักเสรีนิยมแนวใหม่ (Neo-liberalism)

แต่ปัจจุบันจะอยู่ในยุคเสรีนิยมใหม่ซึ่งมีแนวคิดที่สำคัญคือ

1.เน้นการสร้างสถาบันและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ในการสร้างความร่วมมือและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่นใน WTO จะมีกลไกระงับกรณีพิพาททางด้านการค้าระหว่างประเทศสมาชิก

2.เน้นการสร้างสันติภาพ คือมองว่าหากมีความร่วมมือระหว่างประเทศจะก่อให้เกิดสันติภาพ

3.เน้นให้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

4.เน้นการสร้างประชาธิปไตย เพราะมองว่าหากทุกประเทศเป็นประชาธิปไตยโลกก็จะมีสันติภาพ ตามทฤษฎีสันติภาพประชาธิปไตย (Democratic Peace Theory) ที่มองว่าสงครามมักไม่เกิดขึ้นกับประเทศที่ปกครองประชาธิปไตย

5.เน้นการประสานความร่วมมือและการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependence) เพื่อให้บรรลุถึงความจำเป็นของมวลมนุษย์ คือการแก้ไขปัญหาความยากจน การช่วยเหลือกันในการพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยคุกคามต่างๆ เช่นไข้หวัดนก โรคเอดส์ โรคซาร์

6.เน้นความมั่นคงปลอดภัยร่วมกัน (Collective Security) โดยร่วมมือกันอาจจะมีกองกำลังร่วมกัน เช่นกองกำลังขององค์การระหว่างประเทศ

 เสรีนิยมแนวใหม่มักยึดอุดมการณ์มากกว่าสัจจนิยมจึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยร่วมกันแทนที่แต่ละรัฐจะสร้างกองทัพของตนเองก็หันมา สร้างกองทัพร่วมกันเพื่อรักษาสันติภาพและความอยู่รอด เป็นที่มาของสันนิบาตชาติและสหประชาชาติ แต่ยังไม่สำเร็จเพราะรัฐแต่ละรัฐยังเห็นแก่ตัวและยังไม่ไว้วางใจผู้อื่นๆ

7.เน้นเรื่องระเบียบโลก ซึ่งหมายถึงแบบแผนความสัมพันธ์ทางด้านต่างๆทั้งการเมือง การค้า การทหาร ที่มีการกำหนดขึ้นว่าพฤติกรรมในด้านต่างๆของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรจะดำเนินการอย่างไร เช่นในแง่การค้าก็ต้องเปิดเสรี ในแง่การเมืองก็ต้องประชาธิปไตย

             3.สำนักโครงสร้างนิยม (Structuralism) จะเน้นที่บอกว่าโครงสร้างที่เป็นอยู่ในเวลานี้เป็นโครงสร้างของโลกทุนนิยม เป็นโครงสร้างที่เอารัดเอาเปรียบ กอบโกยผลประโยชน์จากประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา โดยประเทศที่พัฒนาแล้วจะเข้ามากอบโดยทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ แรงงาน โดยไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อประเทศกำลังพัฒนา ขณะเดียวกันเมื่อประเทศด้อยพัฒนาและกำลังส่งสินค้าเข้าไปในประเทศกำลังพัฒนาก็จะถูกขีดกันทางการค้าด้วยมาตรการต่างๆ

ผลที่เกิดขึ้นคือการทำให้ประเทศกำลังพัฒนาด้อยพัฒนาตลอดกาล ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้

            **ทฤษฎีในสำนักนี้เน้นการวิเคราะห์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ว่าการเอารัดเอาเปรียบที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง**

สำนักนี้จึงเป็นพวกซ้ายหรือพวกคอมมิวนิสต์

4.สำนักสร้างนิยม (Constructivism) หรือสำนักประดิษฐกรรมนิยม

สำนักนี้เริ่มได้รับความนิยมในทศวรรษที่ 1990 โดย อเล็กซานเดอร์ เวนท์ ได้นำเอาปรัชญาแบบสร้างนิยมมาใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดย นักคิดประดิษฐกรรมนิยมจะวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศโดยมองไปที่จุดมุ่งหมาย ภัยคุกคาม ความกลัว วัฒนธรรม ที่มีอยู่ในสังคมที่แท้จริงในเวทีการเมืองโลก

สำนักนี้จึงมองว่าความขัดแย้งในระหว่างประเทศจะเกิดจากความแตกต่างกันทางอัตลักษณ์ ความเชื่อ การนับถือศาสนา หรือที่เรียกรวมๆว่าความขัดแย้งกันทางอารยธรรม

ปัจจุบันแนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากและถือเป็นแนวทางเลือกในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แตกต่างไปจากสำนักอื่นๆที่ครอบงำการเมืองโลกในปัจจุบัน

พัฒนาการของสำนักคิด

แม้ว่าในปัจจุบันแนวคิดของทุกสำนักจะยังถูกใช้มาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ความนิยมในแนวคิดแต่ละสำนักในแต่ละช่วงเวลาจะแตกต่างกัน พัฒนาการ (แบบกว้างๆ) ของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ที่ครอบงำความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแต่ละช่วงได้  ดังนี้

            ในระยะแรกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแนวคิดที่นำมาใช้ในการอธิบายเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศมักจะเป็นแนวคิดของ สำนักสัจนิยม เนื่องจากในยุคก่อนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมักเป็นเรื่องทางการเมือง และการทหาร การทำสงคราม ส่วนในทางเศรษฐกิจการค้าก็จะเป็นไปในลักษณะของการปกป้องทางการค้า

            ต่อมาได้เกิดแนวคิดของ สำนักเสรีนิยม ที่ไม่เห็นด้วยกับการปกป้องทางการค้าจึงนำเสนอว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรจะเปิดกว้าง ให้มีการค้าเสรี ลดอุปสรรคทางการค้า การแข่งขันทางการค้า (ทำให้เกิดลัทธิทุนนิยมในทางเศรษฐกิจที่เน้นว่ารัฐไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ) ในทางการเมืองก็จะเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศ           เน้นความเป็นประชาธิปไตย

สำนักเสรีนิยมเฟื่องฟูมากจนกระทั่งถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ขณะที่ในทางการเมืองและสังคมเกิดภาวะของความไม่เท่าเทียมกันทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ทำให้แนวคิดของสำนักโครงสร้างนิยม ซึ่งมีพื้นฐานมาจากแนวคิดของคาร์ล มาร์กซ์ได้รับการยอมรับ

แนวคิดของโครงสร้างนิยมมีผลทำให้หลายประเทศหันมามาใช้ระบบการเมืองแบบคอมมิวนิสต์และระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่เน้นให้รัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจและการเมือง ส่วนในประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศก็หันมาใช้ระบบรัฐสวัสดิการ

ต่อมาแนวคิดแบบสำนักโครงสร้างนิยมที่นำมาใช้อย่างมากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สร้างปัญหา โดยเฉพาะการจัดการทางเศรษฐกิจตามแบของสังคมนิยมทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพ ประเทศสังคมนิยมส่วนใหญ่มีความยากจน ด้อยพัฒนา

ในทศวรรษที่ 1980 จึงมีการนำเอาแนวคิดของสำนักเสรีนิยมกลับมาใช้อีกครั้ง คราวนี้เรียกว่า เสรีนิยมใหม่ (Neo-liberalism) ถือเป็นแนวคิดที่ครอบงำโลกทั้งโลกในเวลานี้

ในทศวรรษที่ 1990 ได้เกิดสำนักคิดใหม่ที่เรียกว่า Constructivism หรือสำนักสร้าง/ประดิษฐกรรมนิยม ที่เน้นมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่ามีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในเรื่องอัตลักษณ์ ความเชื่อ ศาสนา เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมา

(ถ้าจะว่าไปแล้ว Constructivism ก็น่าจะเป็นแนวคิดในยุคหลังสมัยใหม่หรือ Post Modern)

 

 

 

 

สรุปพัฒนาการของสำนักคิดที่ได้รับความนิยมแต่ละยุคสมัย ได้ดังนี้

                                    สัจนิยม

 

                                    เสรีนิยม

                                   

โครงสร้างนิยม

                                   

เสรีนิยมใหม่                                                   

 


สร้างนิยม

***หมายเหตุ** การพูดถึงพัฒนาการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันจะเหลือเพียงสำนักเสรีนิยมและสร้างนิยมเท่านั้น แนวคิดทุกสำนักยังคงถูกนำมาใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพียงแต่ปัจจุบันนี้อาจกล่าวได้ว่าโลกถูกครอบงำโดยแนวคิดแบบเสรีนิยมใหม่ (ดังที่เราพบว่ามีกระแสการค้าเสรี การทำ FTA การรวมกลุ่มเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค) ส่วนสำนักสร้างนิยมถือว่าแนวทางใหม่ที่เป็นทางเลือกใหม่ในการนำมาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ภาพรวมของทฤษฎีแต่ละสำนัก (เฉพาะที่อาจารย์สอนในวิชานี้)

            สำนักคิดทาง (School) ด้าน IR

 


                                                             

           

สัจจนิยม

-ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจ

-ดุลแห่งความหวาดกลัว

-แนวคิดพาณิชย์นิยม

เสรีนิยม

-ทฤษฎีบูรณาการระหว่างประเทศ

-ทฤษฎีพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

โครงสร้างนิยม

-ทฤษฎีพึ่งพา

-ทฤษฎีจักรวรรดินิยม

-ทฤษฎีระบบโลก

 

สร้างนิยม

เน้นพิจารณาถึงความแตกต่างด้านอัตลักษณ์ ความเชื่อ ศาสนา

 

 

 

 

 

 


           

 

 

 

ประเด็นเด่นของแต่ละอาจารย์

1.อาจารย์เบ็ญจมาส เน้นไปที่เรื่องระบบระหว่างประเทศ

2.อาจารย์ทิพรัตน์ เน้นที่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาค เป็นแนวคิดที่อยู่ในสำนักเสรีนิยมใหม่

3.อาจารย์ศิโรตม์ เน้นเรื่องการควบคุมอาวุธ เป็นแนวคิดที่อยู่ภายใต้ทฤษฎีดุลแห่งความหวาดกลัว ตามสำนักคิดสัจนิยมใหม่

4.อาจารย์วราภรณ์ จะเน้นไปที่ภาพรวมของสำนักคิดและเน้นไปที่สำนักสร้างนิยม

5.อาจารย์ธนียาจะเน้นเกี่ยวกับตัวแสดงระหว่างประเทศ โดยเน้นไปที่องค์การระหว่างประเทศ 3 องค์กรหลักคือ IMF World Bank และ WTO (ที่อาจารย์เรียกว่าแฝด 3 สยามสยอง)

           

            สรุปอาจารย์เบ็ญจมาส

นอกเหนือจากการพูดภาพรวมของสำนักคิด (3 สำนัก) แล้ว สาระสำคัญของอ.เบ็ญจมาสอยู่ที่เรื่อง ระบบระหว่างประเทศ (International System)

            ระบบระหว่างประเทศ หมายถึง รูปแบบของการกระทำซึ่งกันและกันของผู้แสดงบทบาทระหว่างประเทศ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบความร่วมมือและความขัดแย้ง

            ระบบระหว่างประเทศจะทำให้เกิดระบอบระหว่างประเทศ (International Regime) อันหมายถึงหลักเกณฑ์ต่างๆที่มากำหนดพฤติกรรมของตัวแสดง เช่นกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา 

            ส่วนประกอบของระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

1.ผู้แสดงบทบาทระหว่างประเทศ (Internal Actors) อาทิรัฐ องค์การระหว่างประเทศ บรรษัทข้ามชาติ ขบวนการก่อการร้ายระหว่างประเทศและปัจเจกชน

2.โครงสร้างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หมายถึงระบบโครงสร้างเชิงอำนาจที่เป็นโครงสร้างหลักในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งในแต่ละยุคสมัยโครงสร้างในเชิงอำนาจของสังคมระหว่างประเทศจะมีความแตกต่างกัน

โครงสร้างในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เคยมีอยู่ในโลกนี้เช่น

-Uni-polar System (ระบบขั้วเดียว) หมายถึงระบบที่มีมหาอำนาจเพียงประเทศเดียวที่มีอำนาจสูงสุดเหนือรัฐอื่น เช่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ เป็นเอกอภิมหาอำนาจเพียงประเทศเดียว มีอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหารเหนือกว่าประเทศอื่น

-ระบบหลายขั้วอำนาจแบบศูนย์เดียว (Uni – Multipolarity) คือเป็นโครงสร้างที่มีหลายขั้วอำนาจแต่มีรัฐเดียวที่มีอำนาจเหนือกว่าขั้วอำนาจอื่นๆ เช่นนักวิชาการบางกลุ่มมองว่าปัจจุบัน โลกเรามีโครงสร้างแบบนี้ เนื่องมีสหรัฐฯ เป็นเอกอภิมหาอำนาจ (Uni-superpower) เพียงผู้เดียวแต่ก็ยังมีอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และสหภาพยุโรป สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นขั้วอำนาจเข้ามาถ่วงดุลด้วย

-ระบบ 2 ขั้วอำนาจ เป็นระบบที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น ที่โลกแบ่งออกเป็นขั้วโลกเสรีที่นำโดยสหรัฐกับขั้วคอมมิวนิสต์ที่นำโดยสหภาพโซเวียต

-ขั้วอำนาจเชิงภูมิภาค Regionalized World (หรือระบบเชิงภูมิภาค) เป็นการจับกลุ่มแบ่งตามภูมิภาค กล่าวคือ ในยุโรปจะมีสหภาพยุโรปเป็นผู้นำ ในอเมริกามีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (ตีความได้สองอย่างคือญี่ปุ่น เกาหลี จีน แต่บางคนนับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไปอยู่ในเอเชียตะวันออกด้วย) มีญี่ปุ่นเป็นผู้นำ เน้นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่พูดเรื่องการทหารเลย

-Multipolar World (ระบบหลายขั้วอำนาจ) คือมองว่ามีสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน และ EU เป็นขั้วอำนาจ โดยใน EU มีอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เป็นขั้วอำนาจหลัก ระบบนี้ขั้วอำนาจทั้งหลายจะถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

3.กระบวนการ หมายถึงแบบอย่างของการกระทำซึ่งกันและกันของผู้แสดงบทบาทระหว่างประเทศ เป็นการพิจารณาว่าการกระทำของผู้แสดงบทบาททั้งหลายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นมีอย่างไรบ้าง  เช่น 

-ความร่วมมือแบบทวิภาคี

            -ความร่วมมือแบบหลากหลาย เช่น WTO

-ความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น EU, NAFTA, ASEAN

-ความร่วมมือข้ามภูมิภาค เช่น APEC

วิธีการที่ผู้แสดงบทบาทระหว่างประเทศนำมาใช้มีอะไรบ้าง เช่น

-การประชุมอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

-การโน้มน้าวจูงใจและการให้รางวัลโดยใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองเข้ามาช่วย

-การให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ

-การแซงชั่นหรือการลงโทษ

-การกีดกัน

-การเปิดเสรี

-สงครามการค้า

-การรวมพันธมิตรถาวรหรือชั่วคราวตามประเด็นปัญหาหรือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (หุ้นส่วนที่วางแผนร่วมกันเพื่อเอาชนะคู่แข่ง)

-ความเป็นเจ้าครองโลก (Hegemony) ตามทฤษฎีเสถียรภาพที่เกิดขึ้นจากการเป็นเจ้าโลก

4. สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ (International Environment) คือ ปัจจัยที่อยู่ภายนอก เช่นถ้าเราวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่เศรษฐกิจถือเป็นสิ่งแวดล้อมของระบบเศรษฐกิจ ถ้าเราวิเคราะห์ระบบการเมืองระหว่างประเทศอะไรที่ไม่ใช่การเมืองถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมของระบบการเมือง

ตัวอย่างสภาพแวดล้อมของระบบเศรษฐกิจการเมืองโลกในปัจจุบันได้แก่

-โลกาภิวัตน์

-การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependence)

-การก่อการร้ายระหว่างประเทศ

-การพัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ

สิ่งที่นักศึกษาต้องคิดก็คือ ระบบระหว่างประเทศซึ่งอาจารย์เบญจมาสจะเน้นระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน ว่ามีส่วนประกอบทั้ง 4 ประการอย่างไรบ้าง กล่าวคือ

1.ดูว่าในระบบระหว่างประเทศในปัจจุบันตัวแสดงตัวใดที่เป็นตัวแสดงที่มีบทบาทหลัก

2.ดูว่าโครงสร้างทางอำนาจในระหว่างประเทศเป็นอย่างไร (ในความคิดเห็นของกุ้งมองว่าเป็นระบบ ขั้วเดียวแต่หลายศูนย์ คือสหรัฐยังเป็นผู้นำสูงสุด แต่ก็มีขั้วอื่นๆที่พยายามถ่วงดุล เช่น อียู และญี่ปุ่นที่มาถ่วงดุลสหรัฐในทางเศรษฐกิจ มีจีนมาถ่วงดุลในทางการเมือง และในอนาคตจีนจะสามารถถ่วงดุลในเรื่องเศรษฐกิจได้ด้วย เนื่องจากจีนกำลังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก)

3.ดูว่ากระบวนการหรือรูปแบบหลักในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเวลานี้ อยู่ในรูปแบบใด (ในความเป็นจริงก็ยังมีหลายรูปแบบ แต่มีบางรูปแบบที่เด่นออกมา เช่นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ความร่วมมือแบบทวิภาคี เช่นการทำ FTA)

4.ดูว่าสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่สำคัญในปัจจุบันเป็นอย่างไร เช่นโลกาภิวัตน์มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร การก่อการร้ายมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร

สุดท้ายนักศึกษาต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทั้ง 4 ส่วนว่ามีผลกระทบต่อกันอย่างไร และก่อให้เกิดระเบียบโลกและระบอบโลกอย่างไร

            *****************************

สรุปอาจารย์ธนียา

อาจารย์ธนียามีจุดเน้นไปที่ตัวแสดงบทบาท (Actors) ในเวทีระหว่างประเทศ โดยข้อสอบน่าจะให้นักศึกษาวิเคราะห์ไปที่ บทบาทและผลกระทบของ 3 องค์การระหว่างประเทศ คือ IMF ธนาคารโลก และ WTO ที่อาจารย์เรียกว่าแฝด 3 สยามสยอง

ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวแสดงระหว่างประเทศเสียก่อนดังนี้

ตัวแสดงในระหว่างประเทศแบ่งออกเป็น

1.รัฐ (State)

2.องค์กรระหว่างประเทศ จะแบ่งออกเป็น

2.1 องค์ระหว่างประเทศระดับโลก แบ่งออกเป็น

2.1.1 องค์กรระหว่างประเทศระดับโลกที่มีวัตถุประสงค์ไม่จำกัด เช่นสหประชาชาติ

2.1.2 องค์การระหว่างประเทศระดับโลกที่มีวัตถุประสงค์จำกัด เช่นองค์การการค้าโลก จะทำหน้าที่ด้านการค้าเท่านั้น IMF เป็นองค์กรระหว่างประเทศทำหน้าที่ด้านการเงิน

2.2 องค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาค แบ่งออกเป็น

3.องค์กรข้ามชาติที่ไม่เกี่ยวกับรัฐ แบ่งออกเป็น

-บรรษัทข้ามชาติ

- ขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ

-NGOs ข้ามชาติ เช่นกรีนพีช องค์กรนิรโทษกรรมสากล องค์กรสิทธิมนุษยชนข้ามชาติ เป็นต้น

4.ปัจเจกชน ปัจจุบันคนๆเดียวก็ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ มากมายทั้งในทางบวกและลบ เช่นอดีตประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ของสหรัฐ ที่มีบทบาทเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในโลก

จากตัวแสดงทั้งหมดอาจารย์ให้ความสำคัญที่องค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ  3 องค์การ คือ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การการค้าโลก

ความคิดรวบยอดที่สำคัญคือ องค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่ในโลกนี้โดยเฉพาะ  IMF ธนาคารโลก และ WTO เกิดจากการผลักดันของมหาอำนาจตกเป็นเครื่องมือของชาติมหาอำนาจ และไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา

ประเทศไทยเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์การระหว่างประเทศมากมายทั้งองค์การระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคและองค์การระหว่างประเทศในระดับสากล

แต่ประเทศไทยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากองค์การระหว่างประเทศเหล่านั้นอย่างเต็มที่ อันเนื่องมาจากประเทศไทยมีความสามารถน้อยกว่าประเทศมหาอำนาจหลายประเทศ โดยเฉพาะความสามารถทางเศรษฐกิจ ทางทหาร ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและความรู้ 

การด้อยความสามารถตรงนี้ทำให้ประเทศไทยไม่มีบทบาทในการกำหนดกติกา กำหนดข้อตกลงในองค์การระหว่างประเทศ แต่ชาติมหาอำนาจกลับมีความสามารถในการกำหนดกติกา กำหนดข้อตกลง และเป็นกติกาที่ทำให้มหาอำนาจมีความได้เปรียบ และประเทศที่ด้อยความสามารถมีความเสียเปรียบ

ทางออกของประเทศที่ไม่มีอำนาจคือการรวมตัวกันเพื่อต่อรอง เช่นในการเสนอกติกา หรือข้อตกลงต่างๆในองค์การระหว่างประเทศ ประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสามารถน้อยควรจะรวมตัวกันเพื่อเสนอความคิดเห็นร่วมกันเพื่อต่อรองกับข้อเสนอของมหาอำนาจ

แต่ปัญหาก็คือประเทศที่มีความสามารถน้อยรวมตัวกันยาก เพราะมัวแต่ทะเลาะกันบ้าง ไม่ยอมกันบ้าง ประเทศกำลังพัฒนาจึงต้องเป็นประเทศที่มีความสามารถน้อยและถูกเอาเปรียบต่อไป

            องค์การระหว่างประเทศที่บทบาทและสร้างผลกระทบกับประเทศไทย

1.องค์การการค้าโลก( WTO)

            WTO ตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับการค้าของโลกให้มีความเสรี หมายถึงให้ประเทศต่างๆลดอุปสรรคทางการค้าให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากมองว่าจะทำให้การค้าขยายตัวซึ่งจะทำให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวโลก

            แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมหาอำนาจกลับใช้ WTO เป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์จากประเทศกำลังพัฒนา โดย

            -ระเบียบหรือระบอบทางการค้าของ WTO เป็นระบอบที่กำหนดโดยประเทศมหาอำนาจ ใน WTO จะเรียกว่ากลุ่ม 4 สหาย (Quadrilateral Groups of Trade Ministers : Quad ที่ประกอบด้วย สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น และอียู

-เมื่อมหาอำนาจเป็นผู้กำหนดระบอบทางการค้า จึงเป็นการกำหนดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของมหาอำนาจ โดยใช้กฎใน WTO แสวงหาประโยชน์ เช่นการที่มหาอำนาจพยายามฟ้องประเทศกำลังพัฒนาว่า ทุ่มตลาด อุดหนุนสินค้า จนทำให้มีการฟ้องเข้าไปใน WTO กว่ากระบวนการสอบสวนจะเสร็จสิ้นก็จะใช้เวลามากและประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ในกรณีนั้นๆก็ตาม

แม้กระทั่งมาตรการทรัพย์สินทางปัญญาที่ตะวันตกใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าโดยกำหนดว่าประเทศใดไม่เคารพทรัพย์สินทางปัญญาก็อาจจะไม่นำเข้าสินค้าจากประเทศนั้น (แต่มหาอำนาจขู่ได้กับประเทศเล็ก แต่ขู่จีนไม่ได้ เพราะจีนมีความสำคัญกับมหาอำนาจ ตรงนี้การเมืองกับเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องกัน)

การที่บอกว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างหนึ่งเพราะ ในระบบทุนนิยมซึ่งเน้นว่าการทำกำไร (Make Profit) เป็นกลไกที่สำคัญ ในการทำให้ระบบอยู่ได้ และทำกำไรทำให้สังคมทุนนิยมอยู่ได้ เพราะเมื่อคนคิดค้นอะไรใหม่ๆขึ้นมาก็จะทำกำไรไปได้ระยะหนึ่ง ก็จะมีคนอื่นที่ทำตามได้ทัน คนเราก็จะคิดนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อทำกำไรรอบใหม่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ และเป็นสภาพของสังคมทุนนิยมเสรี

แต่ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการกีดกันไม่ให้ประเทศอื่นๆมีโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมของตนเอง เพราะถ้าจะคิดทำอะไรขึ้นมาก็จะเป็นลอกเลียนแบบลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดทุนนิยมผูกขาดที่เรียกว่า Profiteering เป็นทุนนิยมที่มีไม่เปิดโอกาสให้การสวงหากำไรทำได้เต็มที่

(การที่ประเทศไทยประการ CL หรือสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา ก็เกิดจากประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งองค์การการค้าโลกเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้ CL ได้หากพบยามีราคาแพงจนทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ แต่การประกาศของประเทศไทยก็สร้างความไม่พอใจให้กับบรรษัทผู้ผลิตยา โดยบรรษัทได้ล๊อบบี้ให้รัฐบาลสหรัฐจัดอันดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ต้องจับตามองในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา)

ปัจจุบันการดำเนินงานของ WTO หยุดชะงักเนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องสินค้าเกษตร เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาต้องการให้ประเทศที่พัฒนาแล้วยกเลิกการอุดหนุนสินค้าเกษตร แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ยอม

2.กองทุนระหว่างประเทศ (IMF) เป็นหน่วยงานที่ให้กู้ยืม เป็นสถาบันการเงินของสหรัฐอเมริกา มีอิทธิพลส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนา อย่างมากมาย เนื่องจาก IMF จะเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจด้วยการให้กู้ยืมเงิน แต่เงื่อนไขในการกู้ยืมเป็นเงื่อนไขมหาโหด ที่ทำความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศกำลังพัฒนา

            ตัวอย่างของอาร์เจนตินาร์ เวลานี้กิจการทุกอย่างที่เคยเป็นของรัฐถูกแปรรูปเพื่อให้เอกชนเข้ามาบริหารตามเงื่อนไขของ IMF สุดท้ายอาเจนตินาร์แทบจะไม่เหลืออะไรเป็นของตนเอง แม้กระทั่งถนนที่ต้องให้ต่างชาติสัมปทาน และเรียกเก็บค่าผ่านทางจากชาวอาเจนไตน์ในอัตราสูง

            ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน เราต้องทำตามเงื่อนไข IMF ในช่วงที่เกิดวิกฤติ จนบัดนี้เงื่อนไขของ IMF ส่งผลให้กิจการของเราตกอยู่ในมือต่างๆชาติ โดยเฉพาะธนาคาร

3.World Blank กลุ่มธนาคารโลก

โดยรวมธนาคารโลกถือว่าส่งผลต่อประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทยอย่างซึมลึกที่สุด เพราะธนาคารโลกเป็นผู้เข้ามากำหนดแผนในการพัฒนาประเทศ เป็นการชี้นำว่าถ้าประเทศไทยจะพัฒนาจะต้องพัฒนาตามแนวทางและแนวคิดที่ธนาคารโลกต้องการ (โดยมหาอำนาจและบรรษัทข้ามชาติอยู่เบื้องหลัง)

การที่สังคมไทยมีปัญหาหลายๆด้านทุกวันนี้มาจากแนวทางการพัฒนาของธนาคารโลกทั้งสิ้น โดยเฉพาะปัญหาภาคเกษตรถูกละทิ้ง แต่หันไปสร้างความมั่งคั่งให้ภาคอุตสาหกรรม ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับการเหลียวแลกลายเป็นพวกรากหญ้าที่ปล่อยให้คนร่ำรวยในสังคมชี้นำ ส่งผลต่อปัญหาการเมืองและสังคมมาจนถึงปัจจุบัน เพราะถ้าคนรากหญ้ามีฐานะดี ก็จะมีความรู้ จะสามารถตัดสินอนาคตทางการเมืองของประเทศได้

ดังนั้นเกษตรกรไทยจึงจนมากทั้งๆที่ เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็เพราะเกิดจากแนวทางการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดที่เกิดจากการแนะนำของธนาคารโลก

*************

สรุปอาจารย์ทิพรัตน์

พูดถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเสนอ 3 รูปแบบ

            ความร่วมมือระหว่างประเทศตามกรอบคิดนี้จะหมายถึงความร่วมมือที่มากกว่าความสัมพันธ์ตามปกติ การที่ประเทศต่างๆมาร่วมมือกันเพราะมองว่าผลประโยชน์ที่เกิดจากความร่วมมือจะมีมากกว่าต้นทุนที่ต้องใช้

            1.ระบอบระหว่างประเทศ หมายถึงการที่ประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกันแล้วยอมรับกฎ ระเบียบ กติกา บรรทัดฐานชุดหนึ่งร่วมกัน มีความคาดหวังต่อการดำเนินพฤติกรรมตามระเบียบกติกานั้นว่าประเทศที่อยู่ในระบอบเดียวกันจะมีพฤติกรรมแบบเดียวกัน

            2.พันธมิตร หมายถึงการรวมอำนาจเข้าด้วยกันระหว่าง 2 ประเทศขึ้นไป อาจจะเป็นอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร ซึ่งมีการลงนามในสนธิสัญญาและข้อตกลงที่ชัดเจน มีการกำหนดระยะเวลาของความร่วมมือที่ชัดเจน

            การเป็นพันธมิตรจะทำให้อำนาจใหญ่ขึ้นและสามารถกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามทำตามความต้องการ อาจจะแบ่งเป็นพันธมิตร 2 ฝ่าย หรือพันธมิตรแบบหลายฝ่าย หมายถึงการรวมอำนาจมากกว่า 2 รัฐ เช่นการรวมอำนาจทางการเป็นนาโต้ในปี 1949 ของประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา แคนาดา ซึ่งปัจจุบันมีการขยายสมาชิกมากขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิก 26 ประเทศ และหลายเป็นองค์การทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังสงครามเย็น

            3.การบูรณาการระหว่างประเทศ ** ข้อสอบน่าจะเป็นเรื่องนี้**

การบูรณาการระหว่างประเทศเป็นไปตามทฤษฎีบูรณาการระหว่างประเทศ ที่นำเสนอโดย Bela Balassa (เบลา บาลาสซา) เสนอว่าขั้นตอนของการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคมี 5 ขั้นตอน ได้แก่

1.ความร่วมมือจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free Trade Area / Agreement: FTA) หมายถึง การร่วมมือกันของประเทศสมาชิกในภูมิภาคเพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้า ยกเลิกภาษีทางการค้าระหว่างกัน มีการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรีระหว่างประเทศสมาชิก โดยประเทศสมาชิกยังจัดเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศนอกกลุ่มได้ตามนโยบายของตนเอง

เวลานี้การรวมตัวของประเทศในกลุ่มอาเซียนยังอยู่ในขั้นตอนนี้คือการจัดเป็นเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)

2.สหภาพศุลกากร (Custom Union) หมายถึง ประเทศสมาชิกนอกจากจะยกเลิกภาษีทางการค้าลดอุปสรรคระหว่างกันแล้วยังใช้ระบบภาษีศุลกากรกับประเทศนอกกลุ่มในอัตราเดียวกัน หรือมี Common Custom Policy

3.ตลาดร่วม (Common Market) หมายถึง การขยายความร่วมมือด้านการค้าถึงขนาดที่เปิดโอกาสให้ทุน แรงงาน การประกอบการเคลื่อนไหวอย่างเสรีภายในกลุ่ม

4.สหภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Union) เป็นการรวมตัวกันตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 + 2 + 3 รวมกับการกำหนดนโยบายสังคม เศรษฐกิจ การเงิน การคลังร่วมกัน

5. สหภาพการเมือง (Political Union) ถือเป็นจุดสุดท้ายของการบูรณาการทางเศรษฐกิจ หมายถึง การใช้นโยบายการเมืองและความมั่นคงอันเดียวกัน เช่นเดียวกับ United States of America

            ข้อน่าสังเกตก็คือ การจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) ภายใต้กรอบของทฤษฎีการบูรณาการ เป็นคนละเรื่องกับ FTA ที่เป็นการเจรจาระดับทวิภาคี (Bilateral) ที่กำลังเป็นกระแสแฟชั่นอยู่ในขณะนี้

            เนื่องจาก FTA ภายใต้กรอบทฤษฎีบูรณาการจะเป็นความตกลงใน การขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งหมดทั้งที่เป็นภาษี (Tariff Barrier) และไม่ใช่ภาษี (Non Tariff Barrier) ส่วน FTA ภายใต้กรอบ จะเน้นเพียงการ ลด อุปสรรคของการค้า

นอกจากนี้ตามกรอบการบูรณาการนั้นจะทำให้เกิดสภาพที่เหนือชาติหรือ Supranational นั่นคือ FTA ตามกรอบบูรณาการจะมีสถาบันหรือองค์กรเหนือรัฐทำหน้าที่ตัดสินใจ ส่วน FTA แบทวิภาคีจะเป็นการจัดสินใจระหว่างรัฐบาล (Inter Governmental Decision Making) เป็นคนตัดสินเป็นคราวๆ ว่าจะลดภาษีหรืออุปสรรคทางการค้าตัวใดบ้าง

ทั้งนี้แนวคิดบูรณาการระหว่างประเทศจะเป็นแนวคิดที่อยู่ภายใต้อุดมการณ์ของสำนักเสรีนิยมใหม่

หลักการของเสรีนิยมใหม่

เสรีนิยมใหม่เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจการมืองที่เน้นว่ากลไกตลาดะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจและความกินดีอยู่ดีของประชาชน และมองว่าการแทรกแซงของรัฐต่อภาคเศรษฐกิจจะส่งผลร้ายต่อสังคม หรือก็คือการมองว่ารัฐนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ชั่วร้าย (State as a necessary evil)

ดังนั้นข้อเสนอทางนโยบายของพวกเสรีนิยมใหม่ก็คือ รัฐจะต้องเข้ามาแทรกแซง ยุ่ง วุ่นวายน้อยที่สุด หรือมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ในระบบเศรษฐกิจ กลไกตลาดจะจัดการสิ่งที่เหลือเอง แล้วทุกอย่างจะดีเอง ดี

ขณะเดียวกันลัทธิเสรีนิยมสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับแนวนโยบายการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศต่างประเทศ นโยบายตามลัทธิเสรีนิยมที่ครอบงำโลกเราอยู่ในขณะนี้ ล้วนแล้วแต่เน้นหนักไปในด้านของการเพิ่มประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้จากการลงทุนและการส่งออกเท่านั้น

ลัทธิเสรีนิยมใหม่ได้รับการเผยแพร่โดยองค์การะหว่างประเทศอย่าง ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก องค์การการค้าโลก บรรษัทข้ามชาติและสื่อมวลชนครอบโลก รวมทั้งชาติมหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลังองค์การระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ

แนวคิดเสรีนิยมใหม่ถูกแปลงไปใช้ในการปฏิบัติในนามของ “ฉันทานุมัติวอชิงตัน" (The Washington Consensus) และประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายได้รับคำแนะนำให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (Structural Adjustment Program) ให้เป็นตามหลักการของฉันทานุมัติวอชิงตัน ประกอบด้วย

1.ลดค่าเงิน

2.ตัดลดงบประมาณ สวัสดิการสังคมและเงินบำเหน็จบำนาญเลี้ยงชีพ

3.ปลดข้าราชการเจ้าหน้าที่พนักงานของรัฐขนานใหญ่

4.คุมระดับอัตราเงินเดือนภาครัฐ

5.ยกเลิกเงินอุดหนุนของรัฐแก่สินค้าประเภทอาหารและปัจจัยจำเป็นพื้นฐานอื่นๆ

6.ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

7.จำกัดสินเชื่อ

8.ส่งเสริมการส่งออก เปิดเสรีการค้า ลดเลิกพิกัดอัตราภาษีศุลกากรและอุปสรรคการค้าอย่างอื่น

9.เปิดเสรีตลาดทุน เปิดเสรีการเงิน เปิดเสรีอุตสาหกรรมและบริการแก่การแข่งขันต่างชาติ เปิดให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินต่างๆ ได้ไม่จำกัด

10.ขึ้นค่าสาธารณูปโภคของรัฐวิสาหกิจไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน,น้ำประปา,โทรศัพท์,ขนส่งคมนาคมให้ราคาเป็นไปตามตลาด และ

11.ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้เราสามารถสรุปหลักการสำคัญๆของเสรีนิยมใหม่ได้เป็น 4 ประการคือ

1.Liberation เปิดเสรีทางเศรษฐกิจ

2.Stabilization รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

3.Privatization ถ่ายโอนการผลิตสู่ภาคเอกชน

4.Deregulation ลดการแทรกแซง ลดบทบาทของรัฐ

ต่อมาในปี 1987 ได้เพิ่มหลักการอีก 2 หลักการคือ

            5. Democracy คือการเน้นประชาธิปไตย มนุษยชน การมีส่วนร่วมของประชาชน และ

6.Good Governance  การให้ภาครัฐและเอกชนมีระบบการบริหารจัดการที่ดี เช่นความโปร่งใส การบริหารจัดการโดยยึดหลักกฎหมาย เน้นประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ ความเสมอภาค เป็นต้น

ดังนั้นการรวมตัวทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคจึงเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับเสรีนิยมใหม่

****************

สรุปอาจารย์ศิโรตม์

สาระสำคัญอยู่ที่การควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีสาระสำคัญอยู่ 2 ประเด็นคือ1.รูปแบบของการควบคุมอาวุธ มี 5 รูปแบบ

            2.ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคหรือบ่อนทำลายการควบคุมอาวุธ

            รูปแบบการควบคุมอาวุธนิเคลียร์

1. การป้องกันการใช้พลังงานนิวเคลียร์ (Atomic Energy) เช่นในปัจจุบันจะมี IAEA หรือทบวงปรมาณูสากลเป็นองค์การที่ทำหน้าที่ควบคุมให้การใช้นิวเคลียร์เป็นไปในทางสันติ

2.การควบคุมการแพร่ขยายอาวุธ/วัตถุ และเทคโนโลยีทางด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Proliferation) อันเกิดจากความกลัวว่าถ้าอาวุธนิวเคลียร์แพร่ขยายไปแล้วจะเป็นภัยต่อสันติภาพความสงบเรียบร้อยของโลก

การควบคุมไม่ได้มีการแพร่ขยายของนิวเคลียร์อยู่ในรูปของสนธิสัญญาหลายฉบับ ซึ่งควบคุมทั้งรัฐที่มีและไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง เช่น

 -Antarctic Treaty ค.ศ. 1959 ห้ามไม่ให้รัฐหนึ่งรัฐใดนำอาวุธนิวเคลียร์ไปไว้ยังขั้วโลกใต้หรือใช้ขั้วโลกใต้

 -สนธิสัญญาห้ามการแพร่ขยายนิวเคลียร์ (NPT) ค.ศ. 1968 ทั้งวัตถุนิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งเทคโนโลยีนิงเคลียร

-สนธิสัญญา Sea Bed Treaty ค.ศ. 1971 ห้ามมิให้รัฐใดรัฐหนึ่งนำอาวุธนิวเคลียร์หรือติดตั้งฐานทัพนิวเคลียร์ไปไว้ที่ก้นทะเล มหาสมุทร

-จัดตั้งเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Weapon Free Zone: NWFZ) มีการทำสนธิสัญญาอีกหลายฉบับเพื่อจัดตั้งเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

3. การห้ามปรับปรุงอาวุธนิวเคลียร์ด้านการทำลายล้าง เกิดจากความกลัวว่าอาวุธนิวเคลียร์จะมีอานุภาพทำลายล้าง (Yield) มากขึ้น ๆ ดังนั้นจะต้องห้ามนักวิทยาศาสตร์ทำการทดลองในเรื่องนี้ โดยการทำสนธิสัญญา LTBT/PTBT (Limited Test Ban Treaty/Partial Test Ban Treaty) ค.ศ. 1963 ห้ามไม่ให้ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในบรรยากาศโลก ใต้น้ำ และอวกาศนอกโลก แต่ไม่ได้ห้ามการทดลองใต้ดิน

4. ความพยายามควบคุมการทำสงครามนิวเคลียร์ การที่ต้องควบคุมนิเวคลียร์เพราะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์กลัวว่าอาจมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์จาก

-ความเข้าใจผิด (Misunderstanding) คิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งโจมตีจึงโจมตีโต้ตอบไปโดยไม่รู้ว่าเป็นความเข้าใจผิด ทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์โดยอุบัติเหตุ

-การคำนวณผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Miscalculation Early Warning System) เช่นการป้องกันโดยการติดตั้งโทรศัพท์สาย

ความพยายามในการควบคุมสงครามนิวเคลียร์แบบนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะทุกประเทศมีสภาวะที่เรียกว่าการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ Nuclear Deterrence เมื่อต่างฝ่ายต่างมีกองกำลังอาวุธ Triad ทัดเทียมกันย่อมเป็นตัวควบคุมการทำสงครามนิวเคลียร์ที่ดีเหนือกว่าข้อตกลงหรือสนธิสัญญาใด ๆ

5. ความพยายามควบคุมการเพิ่มจำนวนของอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยการทำสนธิสัญญาควบคุมและลดจำนวนอาวุธหลายฉบับ เช่น SALT 1 ค.ศ. 1972 SALT 2 ค.ศ. 1979  

ทั้งนี้ความพยายามในการควบคุมทุกรูปแบบไม่ประสบความสำเร็จ ยกเว้นการควบคุมในรูปของการป้องกันไม่ได้เกิดสงคราม เนื่องจากการควบคุมแต่ละรูปแบบล้วนมีปัญหาและอุปสรรค คือ

ปัจจัยที่บ่อนทำลายความพยายามควบคุม

1.การรื้อทำลายอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียที่ล่าช้า เนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณ

2.ปัญหาความหละหลวม (Loose Nuke Problem) เรื่องนิวเคลียร์ในรัสเซีย คือ

-การควบคุมบริเวณชายแดนหละหลวม ( Loose Border Control) ทำให้โอกาสที่นิวเคลียร์จะถูกลักลอบขนถ่ายออกนอกประเทศมีสูงมาก

-ความหละหลวมเกี่ยวสถานที่เก็บนิวเคลียร์ (Loose Nuclear Facility Control) สถานที่เก็บนิวเคลียร์เหล่านี้มีสภาพที่ไม่ปลอดภัย อันอาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลของอาวุธนิวเคลียร์ หรือเทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่

- Nuclear arsenal คลังแสงอาวุธนิวเคลียร์

- Nuclear Material Storage โกดังที่เก็บนิวเคลียร์

- Nuclear Power Station สถานีพลังงานนิวเคลียร์

- Nuclear Research Center ศูนย์วิจัยค้นคว้านิวเคลียร์

 3.ปัญหาสมองไหล (Brain Drain) เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ในรัสเซียประสบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไม่มีรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพ ไม่มีงานทำ ทำให้ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 จนถึงปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เทคนิค นักโปรแกรมเมอร์ หนีออกนอกประเทศแล้วประมาณ 5 แสนคน ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความเชียวชาญในการพัฒนาอาวุธ ซึ่งส่วนใหญ่ไปทำงานในอเมริกา ตะวันออกกลาง

ปัญหานี้ทำให้โอกาสที่จะเกิดการพัฒนานิวเคลียร์ในประเทศที่คนเหล่านี้ออกไปทำงานจะมีสูงมาก

 4.ปัญหานโยบายการป้องกันจรวดแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ( National Missile Defense -NMD) ของสหรัฐฯ

ปัญหานี้นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด เพราะ โครงการนี้ของสหรัฐเป็นโครงการการที่จะทำให้สหรัฐป้องกันการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามได้ 100 % ซึ่งในที่สุดจะทำให้สหรัฐไม่ต้องกลัวประเทศไหนอีกต่อไป อันมีผลทำให้แนวคิดเรื่องการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์หมดความสำคัญลง ร่วมทั้งทฤษฎีที่ว่าด้วยดุลแห่งความหวาดกลัวซึ่งช่วยให้โลกไม่เกิดความรุนแรงจากนิวเคลียร์จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป

การป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ (Nuclear Deterrence) คือแนวคิดที่มองว่าประเทศที่มีนิวเคลียร์ในครอบครองต่างๆไม่กล้าที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เพราะถ้าโจมตีก่อนก็จะถูกโจมตีตอบแทน และความเสียหายจะเกิดขึ้นมหาศาล

ดุลแห่งความหวาดกลัว (Balance of Terror) จะคล้ายกับการป้องปรามเช่นกัน นั่นคือการมองว่าประเทศทั้งหลายตกอยู่ในภาวะความกลัวว่าจะถูกโจมตีหากลงมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยนิวเคลียร์

สภาพการป้องกันด้วยนิวเคลียร์และดุลแห่งความหวาดกลัวทำให้โลกของเราไม่เกิดสงครามนิวเคลียร์มายากนานตั้งแต่มีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตามหากสหรัฐสามารถพัฒนาระบบป้องกันได้ 100 % อาจจะทำให้สหรัฐกล้าที่จะลงมือโจมตีศัตรูก่อน โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะฝ่ายตรงข้ามจะโจมตีเป็นการตอบแทนหรือไม่  เพราะหากฝ่ายตรงข้ามโจมตีตอบแทนกลับมาสหรัฐก็สามารถป้องกันได้ 100 %

โครงการนี้ของสหรัฐจึงทำให้หลายประเทศไม่พอใจโดยเฉพาะรัสเซียและจีน ที่มองว่าตนเองก็มีความจำเป็นจะต้องสร้างระบบป้องกันขึ้นมาบ้าง และเป็นโครงการที่อาจจะทำให้เกิดการแข่งขันกันสร้างอาวุธรอบใหม่

โดยสรุปปัญหาที่ทำให้การควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้ผลมาจาก 2 ฝ่ายเป็นหลักคือ

1.ฝ่ายรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการลักลอบขายอาวุธ ปัญหาการสมองไหล ปัญหาการไม่มีความเข้มงวดในการดูแลรักษานิวเคลียร์

2.ฝ่ายสหรัฐ น่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเวลานี้สหรัฐมีพฤติกรรมที่ไม่เกรงใจชาติใดๆ  สหรัฐทำความต้องการของตนเองเป็นหลัก การที่สหรัฐใช้กำลังทหารโจมตีอีรัก ปากีสถาน และอาจจะมีอิหร่าน เกาหลีเหนือเป็นรายต่อไปนั้นมีผลทำให้ประเทศอื่น รวมทั้งผู้ก่อการร้ายอาจจะใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐก็เป็นได้

กรณีของอิหร่านสำหรับประเด็นปัญหานิวเคลียร์ตะวันออกกลางในช่วงปี 2006 สืบเนื่องมาจนถึงปี 2007 เริ่มจากสหรัฐอเมริกาได้เปิดประเด็นกล่าวหาอิหร่านว่ากำลังลักลอบพัฒนาโครงการเสริมสรรถนะยูเรเนียม (Centrifuge-Aided Uranium-Enrichment Program) ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกา และตอบโต้ว่าโครงการพัฒนายูเรเนียมของตน เป็นไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือเป็นการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติเท่านั้น

แต่สหรัฐอเมริกาไม่สนใจกลับเร่งผลักดันให้ทบวงปรมาณูสากล (International Atomic Energy Agency-IAEA) เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด และยังเรียกร้องให้ IAEA ใช้มาตรการต่างๆ กดดันอิหร่านให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวทั้งหมดแต่อิหร่านแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยกเลิก

วันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.2006 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกมติที่ 1737 ในการคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อลงโทษฐานที่อิหร่านไม่ยอมยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีดเส้นตายภายใน 60 วันเพื่อให้อิหร่านยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง เพราะมิฉะนั้นแล้วคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะเพิ่มระดับความรุนแรงของการคว่ำบาตรต่ออิหร่านมากขึ้นไปอีก

กระทั่งเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2007 สำหรับประเด็นปัญหานิวเคลียร์ตะวันออกกลางในช่วงปี 2006 สืบเนื่องมาจนถึงปี 2007 เริ่มจากสหรัฐอเมริกาได้เปิดประเด็นกล่าวหาอิหร่านว่ากำลังลักลอบพัฒนาโครงการเสริมสรรถนะยูเรเนียม (Centrifuge-Aided Uranium-Enrichment Program) ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกา และตอบโต้ว่าโครงการพัฒนายูเรเนียมของตน เป็นไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือเป็นการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติเท่านั้น

แต่สหรัฐอเมริกาไม่สนใจกลับเร่งผลักดันให้ทบวงปรมาณูสากล (International Atomic Energy Agency-IAEA) เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด และยังเรียกร้องให้ IAEA ใช้มาตรการต่างๆ กดดันอิหร่านให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวทั้งหมดแต่อิหร่านแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยกเลิก พร้อมกับยินดีจะเปิดการเจรจากับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nation Security Council-UNSC) รวมทั้งจะให้ IAEA เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด

กระทั่งในที่สุดอิหร่านก็ระงับโครงการพัฒนานิวเคลียร์เป็นการชั่วคราว 3 เดือน โดยมีมหาอำนาจยุโรป คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นผู้เจรจา

แต่หลังจากนั้นมาอิหร่านก็ได้เร่งสานต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของตนโดยยังคงดื้อดึงดำเนินโครงการต่อไป โดยไม่สนใจคำทัดทานจากใคร และไม่หวั่นเกรงต่อแรงกดดันจากสหประชาชาติ มหาอำนาจยุโรป และสหรัฐอเมริกา แม้ว่ารัสเซีย และจีนพันธมิตรที่สำคัญของอิหร่านจะพยายามใช้วิธีทางการทูตหลายครั้งในการแก้ไขปัญหาก็ตาม เนื่องจากอิหร่านมีจุดยืนแน่วแน่ที่จะปกป้องสิทธิของรัฐอธิปไตยในการจะใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ มิใช่นำไปใช้เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ตามข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกา

นอกเหนือจากรัสเซียและจีนที่ดูจะยืนอยู่ข้างอิหร่านแล้ว ในที่ประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement-NAM) 118 ประเทศ ซึ่งมีขึ้นที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ยังได้ประกาศให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

แต่กระนั้นก็ตามเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.2006 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออกมติที่ 1737 ในการคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อลงโทษฐานที่อิหร่านไม่ยอมยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีดเส้นตายภายใน 60 วันเพื่อให้อิหร่านยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง เพราะมิฉะนั้นแล้วคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะเพิ่มระดับความรุนแรงของการคว่ำบาตรต่ออิหร่านมากขึ้นไปอีก

กระทั่งเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2007 สถานการณ์นิวเคลียร์อิหร่านก็ยังคงดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประธานาธิบดีมะห์มูดอะห์ หมัดดีนีญัด ยังประกาศดำเนินการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตนไป

ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การเผยแพร่ของอาวุธ การเพิ่มจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ เกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ที่สำคัญหากสหรัฐพัฒนาระบบจรวดป้องกันแห่งชาติได้สำเร็จและติดตั้ง 100 % เมื่อไหร่โอกาสที่โลกจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ก็มีเช่นกัน และในเวลานั้นการควบคุมนิวเคลียร์ด้วยการไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ที่เป็นการควบคุมแบบเดียวที่ประสบความสำเร็จในปัจบันก็จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป


 ตัวเลือกที่ 5
 


    
 

  26 พ.ย. 2553 14:06 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Discount Christian Louboutin

 153644581@qq.com 123.161.70.84

   discount christian louboutinare known for christian louboutin shoestheir high-heeled shoes, luxury and timeless designs tory burch shoes. Christian Louboutin Fall lanvin shoesCollection features 2010/2011 Discount Christian Louboutinstudded footwear,Christian Louboutin Sandalspython print and shoes adorned with fur lanvin shoes. During the stiletto tory burch shoesknee Roccia python boots, nails and Swarovski crystal shoes for women are magical.

Every Buy Herve Leger Dresseswoman has always Buy Herve Leger Dressbeen a dream of Herve Leger dress salefashion. You want to Herve Leger saledress like models,Herve Leger on salethe same style as their own buy herve leger.Herve Leger can really make you feel like a star.

 


  27 พ.ย. 2553 11:18 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Designer Handbags

 fkgrrr@qq.com 38.126.75.54

   The Dooney & Bourke fake bottega veneta label was launched in South Norwalk Connecticut in 1975 by Peter Dooney and Frederic Bourke fendi Their first products were Replica Handbags surcingle belts and braces knock off fendi bags for sale discount jimmy choo handbags sometimes called suspenders The mens handbags replica belts and braces were released in many colors and patterns which made cheap replica marc jacobs handbags them an gucci bags

 


  29 เม.ย. 2554 07:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป christian louboutin

 gkejrf@bigstring.com 72.52.116.241

   Discount Christian Louboutin christian louboutin espadrille wedge this watch begins with a high-tech round black stainless steel PVG-plated case with numbers and index markers printed on the black or grey bezel christian louboutin boots christian louboutin sample sale The round black dial has luminous Tritium tubes at all hour positions and is shielded by a sturdy mineral crystal christyan Nicolet Men's Christian Louboutin Heels shoe-replica christian louboutin

 


  14 ก.ค. 2554 14:29 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป watch replicas

 ghost@gmail.com 58.243.111.80

   Watch replica
replica watch
replicas watches
watch replicas
swiss replica
swiss replica watch
Swiss replica watches
Fake watch
Fake watches
slendertone
slendertone reviews
slendertone abs
slendertone system
abs
slendertone system abs
slendertone flex
slendertone belt
slendertone argos
slendertone face
slendertone pads
pandora
pandora bracelet
bracelet pandora
beads pandora
pandora jewellery
pandora charms
pandora uk
pandora rings
pandora earrings
pandora bracelets
pandora jewellery
pandora beads
pandora bracelet
pandora charms uk
pandora charm
pandora online
cheap pandora charms
pandora bracelets uk
pandora jewellery uk

 


  14 ก.ค. 2554 15:02 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Watch replica

 ghost@gmail.com 58.243.111.80

   Watch replica
replica watch
replicas watches
watch replicas
swiss replica
swiss replica watch
Swiss replica watches
Fake watch
Fake watches
slendertone
slendertone reviews
slendertone abs
slendertone system
abs
slendertone system abs
slendertone flex
slendertone belt
slendertone argos
slendertone face
slendertone pads
pandora
pandora bracelet
bracelet pandora
beads pandora
pandora jewellery
pandora charms
pandora uk
pandora rings
pandora earrings
pandora bracelets
pandora jewellery
pandora beads
pandora bracelet
pandora charms uk
pandora charm
pandora online
cheap pandora charms
pandora bracelets uk
pandora jewellery uk

 


  27 ก.ค. 2556 15:46 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Georgina Paul de Florida

 debitsolution109@gmail.com 108.61.81.139

  

  วันดีผมเพิ่งยืมตัวมาจาก บริษัท จริงนี้ที่เพียงแค่ให้ฉันเงินกู้ 30,000 ดอลลาร์กรุณาติดต่อผู้ให้กู้เงินของคุณถ้าคุณมีความสนใจในการรับเงินกู้จากพวกเขาพวกเขาเป็นจริงถูกต้องตามกฎหมายผ่านทางอีเมล์ debitsolution109@gmail.com

 


  5 ส.ค. 2556 16:35 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป http://www.refugeecaselaw.org/

 dprgpiqzt@gmail.com 36.248.168.234

   http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html Playoffs 8s [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html]Buy Cheap Jordans[/url] [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html]http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html[/url] http://www.refugeecaselaw.org/rss/playoffs%208s.html

 


  5 ส.ค. 2556 16:35 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Jordans For Sale

 yrclbxf@gmail.com 36.248.168.234

   http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html]http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html[/url] [url=http://www.refugeecaselaw.org/rss/Bred%2011s.html]Jordans For Sale[/url] Jordans For Sale

 


  6 ส.ค. 2556 18:34 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ???

 waipdfp@gmail.com 123.63.118.115

   Exactly what some truly good beautifully constructed wording blogs and forums and / or website pages to share journal entryways? ???? ??? http://bvlgarie.fashionbuy.jp/bvlgari-????-???-c-4.html

 


  27 ก.ย. 2556 13:14 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป health insurance Iowa

 mznacidppsw@gmail.com 199.15.236.37

   allstate car insurance cheap car insurance quotes car insurance in California cheap car insurance health insurance Iowa http://www.myinsuranceagent.net/health-insurance/iowa/

 


  28 ก.ย. 2556 00:48 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป blue cross blue shield of nc

 ennmfe@gmail.com 199.15.236.37

   allstate auto insurance Cheap auto insurance cheap auto insurance in California cheap auto insurance blue cross blue shield of nc

 


  29 ก.ย. 2556 04:30 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป health insurance Delaware

 pntghcb@gmail.com 199.15.236.37

   allstate insurance cheap car insurance quotes car insurance in California car insurance quotes comparison health insurance Delaware

 


  3 ต.ค. 2556 07:24 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป auto owners insurance company

 iajosvycnwi@gmail.com 37.59.32.186

   allstate car insurance cheapest car insurance auto insurance California Car insurance comparison auto owners insurance company

 


  4 ต.ค. 2556 10:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป cheap auto insurance online

 jwhbrltz@gmail.com 37.59.32.186

   allstate cheap car insurance quotes Cheap car insurance in California auto insurance quote comparison cheap auto insurance online

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ?????? ???

 tvjkam@gmail.com 192.187.125.100

   ?????????????????????5 ??? ???? ?????????????????? ? ??????????????????????????????????????????????????????????? 4 ??????????????"?? ?????? t ????"?????????????????? '?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ?????? ??? http://www.renniesmith.co.uk/styles/Paul-Smith-Kike-c-1301_1303.html

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ??

 monlhjf@gmail.com 192.187.125.100

   ????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????????????????????????????? ???? ?? http://www.alightelectricalservices.co.uk/_common/BVLGARI-wallet-c-801_812.html

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ???? ???

 rtcvdmybjxi@gmail.com 192.187.125.100

   ???? ??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ???? ??? http://www.pipsnewryandmourne.org/asp/BVLGARI-Jewelry-Accessories-c-801_802.html

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป chloe ??

 yhvbeid@gmail.com 192.187.125.100

   ?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ????????????????????????????????????????? ?????????????????????????? ????????????????????? chloe ?? http://www.wirralphoto.com/css/Chloe-Handbags-c-504_501.html

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ??? ??

 xhxmkznsdox@gmail.com 192.187.125.100

   ??????????????????????????????????????????????????????????????? ? ?????/? 08 ???????????????????????????????????????????????? ? ???????????????????????????????????????????????????????????????????? 1 ?????????????????????????????????????????????????????????? ??? ?? http://chloe.aoycn.net/

 


  2 พ.ย. 2556 10:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป chloe ???

 ahdmjutqi@gmail.com 192.187.125.100

   ?????????? 11 ? 12 ??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????a. ???"???? ? ???????????"Wieder ???????? chloe ??? http://www.kevinpottsdecorators.co.uk/images/Chloe-Wallet-c-504_503.html

 


page << Back 1 2 [3]...17 18 19   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010  
eXTReMe Tracker